Privacy Policy

นโยบายความเป็นส่วนตัว

ฉบับที่ 1.0 · มีผลบังคับใช้: 1 เมษายน 2569

บริษัท เวน (ประเทศไทย) จำกัด ("บริษัท" หรือ "เรา") ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ("นโยบาย") จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ("พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล") และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้กับผู้ใช้บริการทุกประเภทบนแพลตฟอร์ม Vein ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ ("ผู้ให้บริการ") และสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่ต้องการบุคลากร ("สถานพยาบาล") ตลอดจนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของบริษัท

This document is provided in Thai and English for reference. In the event of any inconsistency, the Thai version shall prevail as the legally binding version. เอกสารฉบับนี้จัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อการอ้างอิง หากมีความขัดแย้งระหว่างสองภาษา ให้ยึดฉบับภาษาไทยเป็นหลัก

ข้อ 1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เวน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลผ่านแพลตฟอร์ม Vein

บริษัท เวน (ประเทศไทย) จำกัด

LINE Official: @govein

ข้อ 2. คำนิยาม

"ข้อมูลส่วนบุคคล" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

"ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลชีวภาพ (biometric) ข้อมูลเชื้อชาติ ศาสนา และประวัติอาชญากรรม

"การประมวลผล" หมายถึง การดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม บันทึก จัดระบบ จัดเก็บ ปรับเปลี่ยน เรียกใช้ เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ รวม ลบ หรือทำลาย

"แพลตฟอร์ม" หมายถึง เว็บแอปพลิเคชัน Vein รวมถึงเว็บไซต์ ระบบ API และบริการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบริษัท

ข้อ 3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยแบ่งตามแหล่งที่มาและประเภทของผู้ใช้บริการดังนี้:

3.1 ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทโดยตรง

สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ (ผู้ให้บริการ):

หมวดข้อมูลรายการข้อมูล
ข้อมูลระบุตัวตนชื่อ-นามสกุล, วันเกิด, เพศ, สัญชาติ, รูปถ่าย, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
ข้อมูลติดต่อหมายเลขโทรศัพท์, อีเมล, ที่อยู่, LINE ID
ข้อมูลวิชาชีพเลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ, สาขาวิชาชีพ, ระดับ (เช่น RN/PN/NA/CG), สถาบันที่สำเร็จการศึกษา, ประสบการณ์การทำงาน, ใบรับรองความเชี่ยวชาญ, ทักษะพิเศษ
ข้อมูลทางการเงินชื่อธนาคาร, เลขที่บัญชี, ชื่อเจ้าของบัญชี, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี

สำหรับสถานพยาบาล:

หมวดข้อมูลรายการข้อมูล
ข้อมูลนิติบุคคลชื่อสถานพยาบาล, เลขทะเบียนนิติบุคคล, ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล, ที่อยู่
ข้อมูลผู้ติดต่อชื่อ-นามสกุล, ตำแหน่ง, หมายเลขโทรศัพท์, อีเมลของผู้มีอำนาจกระทำการ
ข้อมูลทางการเงินข้อมูลการชำระเงิน, ประวัติธุรกรรม, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี

3.2 ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

หมวดข้อมูลรายการข้อมูล
ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งพิกัดโดยประมาณที่คุณอนุญาตตอนสมัคร เพื่อค้นหาเวรที่ใกล้คุณ และพิกัด GPS ขณะเช็คอิน/เช็คเอาท์ ณ สถานพยาบาล
ข้อมูลอุปกรณ์IP Address, Device ID, ระบบปฏิบัติการ, เวอร์ชันเบราว์เซอร์, ข้อมูล LINE SDK
ข้อมูลการใช้งานประวัติการเข้าสู่ระบบ, หน้าที่เข้าชม, ระยะเวลาการใช้งาน, การตั้งค่าในแอปพลิเคชัน
ข้อมูลคุกกี้Session cookies, Preference cookies, Analytics cookies (ดูข้อ 12)

3.3 ข้อมูลจากบุคคลที่สาม

แหล่งข้อมูลรายการข้อมูล
LINE CorporationLINE User ID, ชื่อโปรไฟล์, รูปโปรไฟล์ (ผ่านการเข้าสู่ระบบด้วย LINE)
สถานพยาบาลข้อมูลการทำเวร, ผลการปฏิบัติงาน, คะแนนรีวิว
หน่วยงานราชการข้อมูลการยืนยันใบอนุญาตวิชาชีพ (ในกรณีที่มีการตรวจสอบ)

ข้อ 4. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์และบนฐานทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้:

4.1 ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (มาตรา 24(3))

  • •การลงทะเบียน สร้างบัญชีผู้ใช้ และยืนยันตัวตนบนแพลตฟอร์ม
  • •การจับคู่เวร จัดสรรงาน และจัดการการจอง
  • •การประมวลผลการชำระเงินและการเบิกค่าตอบแทน
  • •การส่งการแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานะเวร การจอง และข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้บริการ
  • •การให้บริการสนับสนุนลูกค้าและการแก้ไขปัญหา

4.2 ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย (มาตรา 24(6))

  • •การตรวจสอบและยืนยันใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
  • •การเก็บรักษาข้อมูลทางบัญชีและภาษีตามประมวลรัษฎากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • •การปฏิบัติตามคำสั่งของศาลหรือหน่วยงานราชการที่มีอำนาจ
  • •การรายงานตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (หากเข้าข่าย)

4.3 ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (มาตรา 24(5))

  • •การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาและปรับปรุงแพลตฟอร์มและประสบการณ์ผู้ใช้
  • •การป้องกันการทุจริต การใช้งานโดยมิชอบ และการรักษาความปลอดภัยของระบบ
  • •การบริหารจัดการความเสี่ยงและการตรวจสอบภายใน
  • •การบังคับใช้เงื่อนไขการใช้งานและนโยบายของบริษัท

4.4 ฐานความยินยอม (มาตรา 19)

  • •การเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (GPS) สำหรับระบบเช็คอิน/เช็คเอาท์
  • •การส่งข้อความทางการตลาด โปรโมชัน และข่าวสารของบริษัท
  • •การใช้คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์และการโฆษณา

4.5 ฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (มาตรา 26) สำหรับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

  • •การเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจสุขภาพ ประวัติการฉีดวัคซีน)
  • •การเก็บรวบรวมข้อมูลชีวภาพ (ภาพถ่ายใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน หากมี)
  • •การเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติอาชญากรรม (ผลตรวจสอบประวัติ หากสถานพยาบาลกำหนด)

ข้อ 5. ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Personal Data) ของท่าน ตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) จากท่านก่อนเสมอ หรือตามข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด ดังต่อไปนี้:

5.1 ข้อมูลสุขภาพ

ประวัติการฉีดวัคซีน ใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ผลตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งอาจจำเป็นตามข้อกำหนดของสถานพยาบาลที่ท่านสมัครทำเวร

5.2 ข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data)

ภาพถ่ายใบหน้าสำหรับการยืนยันตัวตน (Identity Verification) ในกรณีที่บริษัทนำระบบดังกล่าวมาใช้ในอนาคต บริษัทจะขอความยินยอมโดยชัดแจ้งเป็นรายครั้งก่อนดำเนินการ

5.3 ข้อมูลประวัติอาชญากรรม

ผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Criminal Background Check) ในกรณีที่สถานพยาบาลกำหนดเป็นเงื่อนไขการรับเข้าทำเวร

5.4 ข้อมูลจากเอกสารแสดงตน

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนอาจมีข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ศาสนา หมู่เลือด บริษัทแนะนำให้ท่านปกปิดข้อมูลดังกล่าวก่อนส่งสำเนา หากท่านไม่ปกปิด ถือว่าท่านยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ในการยืนยันตัวตนเท่านั้น

ท่านมีสิทธิปฏิเสธการให้ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน อย่างไรก็ตาม การปฏิเสธดังกล่าวอาจส่งผลให้บริษัท ไม่สามารถให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดแก่ท่านได้ เช่น ไม่สามารถสมัครทำเวรที่กำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์

ข้อ 6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้ ภายใต้วัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้:

ผู้รับข้อมูลข้อมูลที่เปิดเผยวัตถุประสงค์
สถานพยาบาล (กรณีผู้ให้บริการสมัครเวร)ชื่อ, วิชาชีพ, ระดับ, ประสบการณ์, คะแนนรีวิว, สถานะใบอนุญาตการพิจารณาคัดเลือกผู้ให้บริการ
ผู้ให้บริการ (กรณีได้รับการจับคู่)ชื่อสถานพยาบาล, ที่อยู่, ข้อมูลติดต่อ, รายละเอียดเวรการเตรียมตัวเข้าทำเวร
ผู้ให้บริการชำระเงินข้อมูลทางการเงินเท่าที่จำเป็นการประมวลผลธุรกรรมการเงิน
ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินงานการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลบนคลาวด์
หน่วยงานราชการข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดการปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมาย
ที่ปรึกษาวิชาชีพข้อมูลเท่าที่จำเป็นการดำเนินคดี การตรวจสอบ การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย

บริษัทจะ ไม่ขาย ให้เช่า หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล ของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบุคคลภายนอกดังกล่าว

ในกรณีที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม บริษัทจะจัดให้มีสัญญาประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) ที่กำหนดให้บุคคลที่สามดังกล่าวปฏิบัติตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่ากับนโยบายฉบับนี้

ข้อ 7. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

บริษัทอาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:

  • •การจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ (Cloud Storage) โดยผู้ให้บริการ ได้แก่ Supabase, Inc. (สหรัฐอเมริกา) และ Vercel, Inc. (สหรัฐอเมริกา)
  • •การประมวลผลการเข้าสู่ระบบผ่าน LINE Corporation (ประเทศญี่ปุ่น)

ในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด บริษัทจะดำเนินมาตรการดังนี้:

  • •(ก) จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม (Appropriate Safeguards) ตามมาตรา 28 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • •(ข) กำหนดข้อสัญญามาตรฐาน (Standard Contractual Clauses) กับผู้รับข้อมูลในต่างประเทศ
  • •(ค) ขอความยินยอมจากท่านโดยเฉพาะเจาะจง ในกรณีที่เป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

ข้อ 8. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ ที่ได้แจ้งไว้ หรือตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้:

ประเภทข้อมูลระยะเวลาเหตุผล
ข้อมูลบัญชีผู้ใช้และโปรไฟล์ตลอดอายุบัญชี + 10 ปีอายุความทั่วไปตามประมวลแพ่ง
ใบอนุญาตวิชาชีพตลอดอายุเอกสาร + 5 ปีการตรวจสอบย้อนหลัง
ข้อมูลสุขภาพ / ใบรับรองแพทย์ตลอดอายุเอกสาร + 5 ปีข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัย
ประวัติการทำเวร / เข้างาน10 ปีนับจากวันทำเวรประมวลรัษฎากร / พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
ข้อมูลตำแหน่ง GPS90 วันการตรวจสอบข้อพิพาทด้านการเข้างาน
ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (พื้นที่ของคุณ)จนกว่าคุณจะถอนความยินยอมหรือลบบัญชีค้นหาเวรที่ใกล้คุณ
ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน5 ปีประมวลรัษฎากร / พ.ร.บ. ป้องกันการฟอกเงิน
ข้อมูลบัญชีธนาคารลบภายใน 30 วันหลังเปลี่ยน/ปิดบัญชีไม่มีเหตุจำเป็นต้องเก็บรักษา
ข้อความในระบบแชท2 ปีหลังข้อความสุดท้ายการระงับข้อพิพาท
คะแนนและรีวิวตลอดอายุบัญชี + 2 ปีความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม
ข้อมูลชีวภาพ (ยืนยันตัวตน)ลบภายใน 30 วันหลังยืนยันสำเร็จData Minimization
บันทึกความยินยอม10 ปีหลักฐานการได้รับความยินยอม

เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษาตามที่ระบุข้างต้น บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคล ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ (Anonymization) ภายใน 30 วันนับจากวันที่ครบกำหนด

ข้อ 9. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและเชิงองค์กร เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ตามมาตรา 37(1) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่:

มาตรการทางเทคนิค

  • •การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการส่ง (TLS 1.2 ขึ้นไป) และการจัดเก็บ (AES-256 Encryption at Rest)
  • •ระบบควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (Role-Based Access Control RBAC) ด้วย Row Level Security (RLS)
  • •บันทึกการเข้าถึงและการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (Audit Trail)
  • •การยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) สำหรับบัญชีผู้ดูแลระบบ
  • •การทดสอบความปลอดภัยของระบบเป็นระยะ (Security Assessment)

มาตรการทางองค์กร

  • •นโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กร
  • •การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลตามหน้าที่ความรับผิดชอบ (Need-to-Know Basis)
  • •การฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • •สัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) กับผู้ให้บริการภายนอกทุกราย

ข้อ 10. การแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่เกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach) บริษัทจะดำเนินการดังต่อไปนี้ ตามมาตรา 37(4) แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล:

  • •(ก) แจ้งเหตุการละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยไม่ชักช้า และภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล
  • •(ข) แจ้งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ โดยไม่ชักช้า ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูง (High Risk) ต่อสิทธิเสรีภาพของท่าน
  • •(ค) การแจ้งจะระบุ: ลักษณะของเหตุการละเมิด ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ มาตรการที่ได้ดำเนินการหรือเสนอให้ดำเนินการเพื่อแก้ไขและบรรเทาผลกระทบ
  • ข้อ 11. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

    ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้:

    (ก) สิทธิในการเข้าถึง(มาตรา 30)

    ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าว

    (ข) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล(มาตรา 31)

    ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ทั่วไปด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ รวมถึงขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่น

    (ค) สิทธิในการคัดค้าน(มาตรา 32)

    ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

    (ง) สิทธิในการลบข้อมูล(มาตรา 33(5))

    ท่านมีสิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นหรือเมื่อท่านถอนความยินยอม

    (จ) สิทธิในการจำกัดการประมวลผล(มาตรา 34)

    ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการชั่วคราว

    (ฉ) สิทธิในการแก้ไขข้อมูล(มาตรา 35)

    ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน ไม่สมบูรณ์ หรือก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

    (ช) สิทธิในการถอนความยินยอม(มาตรา 19(5))

    ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่ให้ไว้เมื่อใดก็ได้ โดยการถอนความยินยอม จะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลที่ได้กระทำไปแล้วก่อนการถอน

    (ซ) สิทธิในการร้องเรียน(มาตรา 73)

    ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่บริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    ช่องทางการใช้สิทธิ

    ท่านสามารถยื่นคำขอใช้สิทธิผ่านช่องทางดังนี้:

    • •แอปพลิเคชัน Vein: เมนู "ตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว"
    • •LINE Official: @govein

    บริษัทจะดำเนินการตามคำขอภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอพร้อมข้อมูลที่เพียงพอในการยืนยันตัวตนของท่าน บริษัทอาจปฏิเสธคำขอได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต โดยจะแจ้งเหตุผลให้ท่านทราบ

    การถอนความยินยอมจะทำได้ง่ายเท่ากับการให้ความยินยอม ท่านสามารถจัดการความยินยอม แต่ละรายการได้ผ่านหน้าตั้งค่าในแอปพลิเคชัน

    ข้อ 12. คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน

    แพลตฟอร์มของบริษัทใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน เช่น Local Storage และ Session Storage เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:

    ประเภทวัตถุประสงค์ต้องขอความยินยอม
    คุกกี้ที่จำเป็น (Strictly Necessary)การจัดการ Session การยืนยันตัวตน ความปลอดภัยไม่ (ฐานประโยชน์อันชอบธรรม)
    คุกกี้เพื่อการใช้งาน (Functional)จดจำการตั้งค่า ภาษา ค่ากำหนดของท่านใช่
    คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytics)วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงแพลตฟอร์มใช่
    คุกกี้เพื่อการโฆษณา (Advertising)แสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของท่านใช่

    ท่านสามารถจัดการการยินยอมคุกกี้ผ่านแบนเนอร์คุกกี้ (Cookie Banner) เมื่อเข้าเว็บไซต์ครั้งแรก และสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าได้ตลอดเวลาผ่านเมนู "ตั้งค่าคุกกี้" หรือผ่านการตั้งค่าเบราว์เซอร์ของท่าน

    ข้อ 13. หลักเกณฑ์การขอความยินยอม

    บริษัทดำเนินการขอความยินยอมจากท่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้:

    • •ความยินยอมแต่ละรายการเป็นอิสระจากกัน (Unbundled Consent) ไม่รวมกับเงื่อนไขการใช้งานหรือสัญญาอื่น
    • •ความยินยอมสำหรับข้อมูลที่ละเอียดอ่อนจะขอแยกต่างหากโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent) ทุกครั้ง
    • •ช่องทำเครื่องหมาย (Checkbox) จะไม่ถูกเลือกไว้ล่วงหน้า (No Pre-ticked Boxes)
    • •ท่านมีทางเลือก "ปฏิเสธทั้งหมด" (Reject All) สำหรับความยินยอมที่ไม่จำเป็น
    • •ความยินยอมสำหรับช่องทางการสื่อสาร (Push Notification, SMS, LINE, อีเมล) และวัตถุประสงค์การสื่อสาร (ธุรกรรม vs. การตลาด) จะขอแยกต่างหาก
    • •ความยินยอมทางการตลาดทุกช่องทางจะ ปิดเป็นค่าเริ่มต้น (Opt-in, not Opt-out)

    บริษัทจัดเก็บบันทึกการให้ความยินยอม (Consent Record) ของท่านทุกครั้ง ซึ่งประกอบด้วยวันเวลาที่ให้ความยินยอม ช่องทาง วัตถุประสงค์ และเนื้อหาที่ท่านยินยอม เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 ปี

    ข้อ 14. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์

    แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ (อายุบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายไทย) บริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้เยาว์ หากบริษัททราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เยาว์โดยไม่ได้ตั้งใจ บริษัทจะดำเนินการลบข้อมูลดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

    ในกรณีที่ผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ประสงค์จะใช้แพลตฟอร์ม จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (ผู้ปกครอง) ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

    ข้อ 15. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

    บริษัทอาจแก้ไขปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย การดำเนินธุรกิจ และเทคโนโลยี ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ บริษัทจะ:

    • •แจ้งให้ท่านทราบผ่านแพลตฟอร์มหรืออีเมล ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนมีผลบังคับใช้
    • •ขอความยินยอมใหม่จากท่าน ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงกระทบต่อสิทธิของท่านอย่างมีนัยสำคัญ
    • •ระบุวันที่มีผลบังคับใช้ไว้ที่ด้านบนของนโยบายเสมอ

    ข้อ 16. การร้องเรียน

    หากท่านเชื่อว่าบริษัทไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อ:

    • •(ก) บริษัทผ่าน LINE Official (@govein)
    • •(ข) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.): www.pdpc.or.th

    อย่างไรก็ตาม บริษัทขอให้ท่านติดต่อบริษัทเพื่อให้โอกาสในการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะร้องเรียนต่อ สคส.

    ข้อ 17. ช่องทางการติดต่อ

    บริษัท เวน (ประเทศไทย) จำกัด

    เลขทะเบียนนิติบุคคล: [จะระบุเมื่อจดทะเบียน]

    LINE Official: @govein

    ประวัติการแก้ไข

    ฉบับที่วันที่มีผลบังคับใช้รายการแก้ไข
    1.01 เมษายน 2569ฉบับเริ่มต้น